ภาวะลำไส้ทำงานช้า เป็นอาการที่พบได้บ่อย แต่หากคุณมีอาการ ท้องผูกนานถึง 7 วัน โดย ไม่สามารถขับถ่ายได้เลย อาการนี้ ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
(http://www.rophekathailand.com/wp-content/uploads/2025/03/%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B8%81.png)
🚨 มีความเสี่ยงแค่ไหนถ้าท้องผูกนาน?
คำตอบคือ ควรระวังอย่างยิ่ง หากปล่อยให้ท้องผูกนานเกินไป อาจนำไปสู่ภาวะ- อุจจาระอัดแน่นในลำไส้
- บวมแดงรอบรูทวาร
- รอยแผลจากการเบ่งแรง
- แน่นท้อง ปวด จุกเสียด
- คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจต้อง สวนออก
⚠️ ปัจจัยที่ส่งผลให้ขับถ่ายไม่ออก- ดื่มน้ำน้อย
- กินอาหารกากใยน้อย
- ขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย
- กลั้นอุจจาระเป็นประจำ
- ความเครียด หรือ พักผ่อนไม่พอ
- ผลข้างเคียงจากยา
- โรคบางชนิด เช่น เบาหวาน
✅ ทำอย่างไรเมื่อท้องผูก (https://www.rophekathailand.com/post/l/probiota/hemorrhoids)นาน?🥗 1. เพิ่มใยอาหาร
- เช่น กล้วย มะละกอ ส้ม ข้าวโอ๊ต
- ควรได้รับใยอาหาร 25-30 กรัม/วัน
💧 2. เพิ่มปริมาณน้ำเปล่า
- ดื่มน้ำ 8-10 แก้ว/วัน
- ดื่มน้ำอุ่นตอนเช้า
🏃�♀️ 3. ออกกำลังกาย
- เดินเร็ว โยคะ ยืดเหยียด 30 นาที
⏰ 4. ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา
- เวลาเดิมทุกวัน เช่น หลังตื่นนอน
- อย่ากลั้นไว้เมื่อรู้สึกอยากถ่าย
🧃 5. ดื่มน้ำลูกพรุน
- มีฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวลำไส้
🩺 อาการไหนต้องรีบพบหมอ?- ปวดท้องรุนแรง
- ท้องอืด บวม
- อาเจียนบ่อย
- อุจจาระแข็งมาก ถ่ายไม่ออกเลย
- มีเลือดปน
- น้ำหนักลดผิดปกติ
อาการไม่ถ่ายนานเกินไป อาจดูเล็กน้อยแต่มีผลต่อสุขภาพ ควร เปลี่ยนพฤติกรรมทันที และ ตรวจสุขภาพลำไส้โดยละเอียด